เพื่อนร่วมห้องยอมรับสารภาพฆ่าปาดคอ เพราะอยากดื่มเหล้าต่อ ย่านบางขุนเทียน




จากกรณี พบศพนายอดิศักดิ์ ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 47 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี อาชีพช่างเฟอนิเจอร์ มีบาดแผลถูกมีดปาดที่ลำคอลึกจนถึงหลอดลม 1 แห่ง ภายในห้องพัก ชั้น 1 อพาร์ทเม้นท์แห่หนึ่งภายในซอยเอกชัย ถนนเอกชัย แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท้องที่สน.บางขุนเทียน เบื้องต้นจากการสอบสวน นายศรชัย ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 27 ปี เพื่อนร่วมห้องผู้ตาย ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ให้การอ้างว่าหลังเลิกงานตนและนายอดิศักดิ์ได้มาดื่มเหล้าที่ห้องพักดังกล่าว ก่อนที่ผู้ตายซึ่งเมาเหมือนไร้สติจะคว้ามีดชี้มา ตนจึงตกใจกลัววิ่งหนี ก่อนมาพบผู้ตายใช้มีดปาดคอเสียชีวิต แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงนำตัวมาสอบสวนว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันหรือไม่ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังตำรวจนำตัวนายศรชัย เพื่อนของผู้ตาย ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมามาสงบสติอารมณ์และสอบสวนอย่างละเอียดที่สน.บางขุนเทียน เมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมา นั้น ทางนายศรชัยได้ให้การยอมรับแล้วว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนมีปากเสียงกับนายอดิศักดิ์ ผู้ตายจริง เนื่องจากนายอดิศักดิ์ขอตัวไปนอน แต่ตนอยากดื่มต่อ จึงมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายอดิศักดิ์จะเดินไปหยิบมีดทำครัวแล้วชี้หน้าข่มขู่ ตนจึงแย่งมีดและใช้มีดเล่มนั้นปาดคอนายอดิศักดิ์ไป 2 ครั้ง จากนั้น นำมีดใส่มือของนายอดิศักดิ์ แล้ววิ่งหนีออกมาร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับนายศรชัย ข้อหา ฆ่าผู้อื่นต่อไป
ิ
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางขุนเทียน ได้นำตัวนายศรชัย ผู้ก่อเหตุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่หอพักจุดเกิดเหตุ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจได้มีการเค้นสอบนายศรชัย จนยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายจริง ไม่ใช่ผู้ตายเกิดความมึนเมาและเอามีดปาดคอฆ่าตัวตาย
นอกจากนี้นายศรชัย ได้ฝากขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยว่า ตัวเองนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่า หรือ โกรธแค้นผู้ตายเรื่องใดๆเลย เพียงแต่ต้องการป้องกันตัวเท่านั้น
หลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ตำรวจได้นำตัวกลับ สน.ทันที เนื่องจาก มีประชาชนในหอพักต่างตะโกนด่าทอ และกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยกับผู้ต้องหา โดยตำรวจจะนำตัวนายศรชัยกลับไปฝากขังต่อศาลอาญาธนบุรี ในวันอังคารที่ 29 ธันวาคมนี้ต่อไป
ทีมข่าวฝั่งธน







